มันมีอยู่จริง!! ทรงกลมปริศนา หนัก 35 ตัน ชาวบ้านเชื่อเพียงแค่สัมผัส ก็จะได้รับพลังมากมาย !??



เป็นเรื่องราวที่ยังพิสูจน์ไม่ได้ ในตอนกลางของ Bosnia and Herzegovina ที่หมู่บ้าน Podubravlje พบก้อนหินทรงกลมขนาดยักษ์ถูกฝังอยู่ในป่า Semir Osmanagic นักโบราณคดีเชื่อว่านี่เป็นผลงานการสร้างของยุโรปโบราณ แต่นักวิทยาศาสตร์ก็ยังไม่สามารถยืนยันได้ว่าเป็นประวัติศาสตร์ของอารยธรรมมนุษย์ส่วนใด



ปีที่แล้ว Semir Osmanagic นักโบราณคดีได้ค้นพบก้อนหินทรงกลมแปลกขนาดยักษ์ในป่า เมื่อวัดดูก็พบว่ามันมีรัศมีประมาณ 1.2-1.5 เมตร เขาบอกว่าหินยักษ์นี้เหมือนกับในหนัง Raiders of the Lost Ark ในปี 1981 ในซีรีย์

อินเดียน่าโจนส์ที่หลงเข้าไปในบริเวณหนึ่งแล้วออกมาได้ แต่เขาเชื่อว่าหินก้อนยักษ์ในป่าเหล่านี้สามารถยืนยันได้ว่ายุโรปเมื่อ 1500 ปีก่อนได้สูญเสียอารยธรรมไป เพราะเจ้าหินนี้ดูยังไงก็ไม่ใช่สิ่งที่เกิดตามธรรมชาติ แต่เป็นผลงานของมนุษย์ แต่เป็นอารยธรรมของชนกลุ่มใดที่ทำลูกบอลหินหนักหลายตันแบบนี้ขึ้นมา แล้วทำขึ้นมาด้วยจุดประสงค์อันใด คำถามเหล่านี้ดึงดูดให้นักวิทยาศาสตร์มากมายเข้ามาร่วมกันถก และมีคนมากมายเดินทางไปดูด้วยตนเอง


ตามรายงานของ 「Daily Mail」 หินทรงกลมแบบนี้ไม่ได้พบแค่ที่นี่ที่เดียว ตามบันทึกอารยธรรมแล้วมันถูกค้นพบใน Costa Rica และ New Zealand เช่นเดียวกัน คนในท้องถิ่งบอกว่าใน Bosnia สมัยโบราณมีลูกบอลยักษ์เหล่านี้เป็นร้อยๆ ลูก แต่ต่อมาถูกพวกขุดทองทำลายหมด ตามที่ชาวบ้านแจ้งปัจจุบันนี้เหลือลูกบอลที่ยังมีรูปทรงสมบูรณ์เพียง 8 ลูกเท่านั้น คนจำนวนไม่น้อยยังเชื่อว่าเพียงแค่ได้จับต้องหินยักษ์นี้ก็จะสามารถได้รับพลังมากมาย



Osmanagic เข้าไปสำรวจแล้วก็เปิดเผยออกมาว่า ก้อนหินที่นี่ใหญ่กว่าที่ Costa Rica ถึงสองเท่าและอุดมไปด้วยแร่เหล็กมากมาย


หลายปีที่ผ่านมา ดร. Osmanagic เข้าไปทำวิจัยอยู่ที่หุบเขา Visoko Valley ใน Bosnia เขาค้นพบว่ากลุ่มพีระมิดที่มีความงดงามสูงกว่าพีระมิดในอียิปต์ สามารถแบ่งเป็นกลุ่มที่ถูกสร้างขึ้นเมื่อ 12,000 – 25,000 ปีก่อน ทำให้เขาเชื่อว่าบนโลกนี้ยังมีอารยธรรมโบราณมากมายที่ยังไม่ถูกค้นพบ ซึ่งพีระมิดในหุบเขา Visoko Valley ก็เป็นหนึ่งในนั้น มันสูงถึง 220 เมตร ซึ่งสูงกว่าพีระมิดในอียิปต์ซึ่งสูง 147.5 เมตรถึง 72.5 เมตร ทำให้กระโดดขึ้นไปเป็นสถิติที่สูงที่สุด และหุบเขาแห่งนี้ก็ได้รับการเรียกว่า "หุบเขาพีระมิด"



แต่ ดร. Mandy Edwards อาจารย์ภาควิชาธรณีวิทยาแห่งมหาวิทยาลัยแมนเชสเตอร์ ไม่เชื่อเช่นนั้น เขาคิดว่าหินก้อนกลมยักษ์นี้เป็นสิ่งที่เกิดจากการควบแน่นรวมตัวกันตามธรรมชาติของแร่ธาตุ บวกกับตะกอนและฝนจนกลายเป็นทรงกลม ไม่ใช่สิ่งก่อสร้างในสมัยโบราณ ปัจจุบันนักวิทยาศาสตร์ยังคงถกกันเรื่องก้อนหินทรงกลมนี้อย่างไม่สิ้นสุด แต่นี่ถือเป็นการเปิดเผยความลับของโลกไปอีกก้าวไม่ใช่หรอ?

Comments

Popular posts from this blog

13 พระเอกช่อง 3 กับ “ส่วนสูง” ที่ทุกคนคาดไม่ถึง!?? (ภาพ)

หนุ่มกู้ภัยรับแจ้งรถยนต์พลิกคว่ำ รีบเข้าไปช่วยทันที แต่พอเปิดผ้าดูหน้าผู้เสียชีวิตชัดๆแทบล้มทั้งยืน ใจสลายคาถนน!??

เจ้าของกันเองทัวร์ เลิกกิจการ รู้สึกเสียใจลูกค้าตาย 18 ศพ.... รับไม่ได้ลูกน้องเสพยา!??