Header Ads

เปิดสาเหตุที่ “ทรงผม” ตัวละครหญิงใน บุพเพสันนิวาส “ถึงไม่เหมือนกัน” !??



แน่นอนว่า เอ๊ะ…ทำไมผู้หญิงอยุธยาสมัยนั้นถึงทำทรงผมไม่เหมือนกัน ตามมาทางนี้เลยค่ะออเจ้า ตอนนี้ดราจะพาเพื่อนมามาดูกันถึง สาเหตุทั้งจะเป็นยังไงไปดูกันเลยค่ะ





สาเหตุที่ แม่การะเกด และ แม่หญิงจันทร์วาด ทำผมไม่เหมือนกัน?

ตอนมาบ้านพี่หมื่นครั้งแรกหากสังเกตดีๆ แม่การะเกด ทำทรงผมเกล้า เนื่องจากได้รับอิทธิพลการแต่งกายมาจากละโว้ ทางลพบุรี ซึ่งการเกล้าผมจะทำตามกฎมณเฑียรบาล ผู้หญิงที่เป็นภรรยาจะต้องเกล้า รวมไปถึงลูกด้วย การเกล้าผมก็จะมี 2 แบบ คือ เกล้าไว้ด้านบนแล้วสวมทัดด้วยทองตามฐานะ และเกล้าไว้ด้านล่าง

ต่อมาแม่การะเกดก็เปลี่ยนมาทำทรงผมตามชาวอยุธยา ก็คือทรงมหาดไทย เนื่องจากเธอเป็นลูกพระยาจากเมืองพิษณุโลกสองแคว ในสมัยนั้นคล้ายว่าเป็นเมืองรองของอยุธยา และถ้านับตามยศของพ่อ เธอจะมียศต่ำกว่าแม่หญิงจันทร์วาด (ที่ทำทรงผมโซงโขดง ซึ่งเป็นทรงผมของหญิงชนชั้นสูง) ที่เป็นลูกของพระยาโกศาธิบดี (เหล็ก) ซึ่งมีตัวตนจริงตามประวัติศาสตร์ แถมท่านยังเป็นเสมือนพี่น้องของพระนารายณ์ ที่กินนมจากเต้าเดียวกัน เป็นเพื่อนคู่ติด และรบเคียงบาเคียงไหล่กันมาตลอด

4 ทรงผมโบราณที่ควรรู้จัก

1. ทรงมหาดไทย

เป็นทรงผมของแม่การะเกด แห่งเมืองพิษณุโลกสองแคว ทรงนี้เริ่มทำตั้งแต่สมัยอยุธยา เนื่องจากยังอยู่ในช่วงสงคราม ต้องรบกับข้าศึก ทำให้ไม่มีเวลามาแต่งตัว หรือเอาใจใส่เรื่องทรงผมมากนัก อีกทั้งผู้หญิงยังต้องปลอมตัวให้กลมกลืนกับผู้ชาย เพื่อหลบหนีข้าศึกอีก จึงกลายเป็นทรงผมทรงมหาดไทย มีลักษณะโกนรอบศีรษะ มีผมแค่ตอนกลางของศีรษะ แล้วแสกกลาง แต่ด้วยความที่เป็นผู้หญิง ที่มีนิสัยรักสวยรักงามอยู่แล้ว จึงมีการไว้ผมยาว และปล่อยปอยผมออกมาบ้าง

2. ทรงโซงโขดง

เป็นทรงที่แม่หญิงจันทร์วาดทำ ทรงนี้มีมาตั้งแต่สมัยสุโขทัย ทั้งหญิงและชายจะไว้ผมทรงเดียวกัน คือ การไว้ผมยาวแล้วเกล้าเป็นมวยอยู่กลางศีรษะ พร้อมกับรัดเกล้าให้เป็นห่วงยาวๆ มีเกี้ยวหรือพวงมาลัยสวม โดยสันนิษฐานว่าเหตุการณ์บ้านเมืองในยุคนั้น อยู่ในช่วงร่มเย็นเป็นสุข ในน้ำมีปลา ในนามีข้าว ไพร่ฟ้าหน้าใส ผู้หญิงไทยจึงไว้ผมมวยเกล้า





3. ทรงผมปีก

ในช่วงสมัยรัชกาลที่ 4 เริ่มมีการเรียนรู้วิทยาการของตะวันตกเข้ามา ก็จะเริ่มเปลี่ยนการแต่งตัวและทรงผมไปบ้าง เป็นทรงผมปีก ที่มีการโกน หรือตัดสั้นโดยรอบศีรษะ แล้วปล่อยผมให้ยาวพอประมาณ บริเวณตอนบนและตอนกลางศีรษะ จะหวีผมเสยตั้งขึ้น โบราณจะเรียกว่าตัดผมขูดหัว มีการกันไรผมบริเวณรองวงหน้า และไว้จอนยาวสองข้างใบหู





4. ทรงดอกกระทุ่ม

ผู้หญิงจะนิยมทำผมทรงนี้ในช่วงเข้าสู่สมัยรัชกาลที่ 5 โดยจะตัดผมทั้งศีรษะ ปล่อยให้ยาวชี้ขึ้นมาเล็กน้อย คล้ายดอกกระทุ่ม ส่วนผมด้านท้ายทอยจะตัดให้สั้นขึ้น แล้วหวีเสยด้านหน้าให้ตั้งสูง ทั้งนี้จะใช้น้ำมันตานีหอมในการเซตผมให้อยู่ทรง และจะไม่มีการทัดหรือตกแต่งผมด้วยดอกไม้สด เนื่องจากมีข้อบัญญัติในกฎมณเฑียรบาลตั้งแต่สมัยกรุงศรีอยุธยาว่า ห้ามการทัดดอกไม้ เนื่องจากจะดูงามเกินจริต ขาดความสุขภาพเรียบร้อย หากผู้หญิงคนไหนทัดดอกไม้ในเขตพระบรมมหาราชวัง จะโดนลงโทษด้วยการนำดอกไม้มายีบนศีรษะ








ภาพจากละครเรื่องบุพเพสันนิวาส

ข้อมูลและภาพจาก mthai

No comments

Powered by Blogger.