Header Ads

ช้ำใจหนัก!! “หนุ่ม18” ปิ๊งรักสาวออนไลน์ หอบผ้าผ่อน ไปอยู่บ้านฝ่ายหญิง ไม่ทันไร หายนะมาเยือนเต็มๆ....พ่อแม่จ๋า ช่วยผมด้วย!??




เมื่อเวลา 18.30 น. วันที่ 19 มี.ค. 61 ผู้สื่อข่าวรายงานว่า จากกรณีที่มีการเผยแพร่ผ่านสื่อโซเชี่ยลว่า มีสาวคนหนึ่งอายุ 16 ปี มีพฤติกรรมคล้ายกับน้องน้ำฝน คือหลอกให้ชายหนุ่มมาแต่งงานแล้วเชิดเงินค่าสินสอดหลบหนีไป โดยมีญาติของหนุ่มคนหนึ่งอายุ 18 ปี ได้โพสต์ข้อความลงไป ทำให้มีประชาชนพากันเข้ามาแสดงความคิดเห็นจำนวนมากนั้น เพื่อให้ข้อเท็จจริงเกี่ยวกับเรื่องนี้ ผู้สื่อข่าวจึงได้เดินทางไปที่ บ้านเลขที่ 31 บ้านหนองยาว ต.ไผ่ อ.ราษีไศล จ.ศรีสะเกษ ซึ่งเป็นบ้านของนายสมัย ภูจอมขำ อายุ 50 ปี และนางสังวาลย์ ภูจอมขำ อายุ 47 ปี พ่อและแม่ของนายบอย (นามสมมุติ) อายุ 18 ปี ซึ่งเป็นผู้เสียหายของเรื่องนี้ โดยมีบรรดาญาติพี่น้องที่ทราบข่าวพากันมาให้กำลังใจและปลอบใจ นายบอย กันอย่างคึกคัก ขณะที่ นายบอย มีสีหน้าที่ยังไม่คลายจากอาการเศร้าโศกเสียใจที่โดน น.ส.ออย (นามสมมุติ) ทอดทิ้งไปอย่างไม่แยแสแม้ว่าจะได้มีการแต่งงานอยู่กินกันอย่างถูกต้องตามประเพณีแล้วก็ตาม




นายบอย เล่าว่า ตนเสียใจมากที่มาเจอเหตุการณ์เช่นนี้ เนื่องจากว่า ตนรัก น.ส.ออยมาก โดยรู้จักกันทางสื่อออนไลน์ จากนั้น น.ส.ออยได้มาหาตนที่บ้าน และได้มาอยู่กับตนเป็นเวลา 3 เดือน จากนั้น พ่อแม่ของตนจึงได้ตกลงใจไปสู่ขอและจัดพิธีแต่งงานให้ตนกับ น.ส.ออย เมื่อวันที่ 20 ก.พ.61 ที่ผ่านมา ซึ่งระหว่างที่อยู่กินด้วยกันที่บ้านของฝ่ายหญิง น.ส.ออยได้เคยหนีออกไปจากบ้าน 2 ครั้ง โดยอ้างว่าไปกินเหล้ากับเพื่อนและเมาไม่สามารถกลับบ้านได้ ซึ่งเมื่อก่อนวันที่ 16 มี.ค.61 ตนพบว่า น.ส.ออยนำเอาโทรศัพท์ของตนไปเล่นไลน์กับผู้ชายคนใหม่ โดยเรียกกันว่าที่รัก ทำให้ตนโมโหมาก แต่ตนก็อดทนมาตลอด จนกระทั่งเมื่อวันที่ 18 มี.ค.61 น.ส.ออยได้หนีออกจากบ้านไป ตนจึงได้โทรศัพท์บอกพ่อแม่ให้ไปรับตนกลับมาบ้าน พร้อมทั้งขอสินสอดทองหมั้นคืน โดยตนแต่งงานค่าสินสอดทั้งสิ้น 40,000 บาท ทองคำหนัก 1 บาท ไม่รวมกับค่าใช้จ่ายจัดงานแต่งงานอีกประมาณร่วม 20,000 บาท ซึ่งพ่อแม่ของ น.ส.ออยได้คืนเงินให้ตน 1,000 บาท และทองหนัก 1 บาท โดยอ้างว่าเงินใช้จ่ายไปหมดแล้ว


นายบอย กล่าวต่อไปว่า ตนรู้สึกผิดสังเกตุตั้งแต่ช่วงที่ทำพิธีแต่งงานกัน เนื่องจากว่าไม่มีญาติพี่น้องของฝ่ายหญิงมาร่วมพิธีแต่อย่างใด มีเพียงพ่อแม่ ผู้ใหญ่บ้านและญาติอีก 2 คน รวมแล้วประมาณ 6 คนเท่านั้น ขณะที่ญาติของตนไปทั้งสิ้นประมาณ 50 คน และจัดพิธีแต่งงานอย่างเรียบง่ายมาก เหมือนกับเกรงว่าคนจะรู้เรื่องนี้ ญาติของตนต้องเอาเสื่อไปปูนั่งใต้ต้นไม้ การที่ตนออกมาเปิดเผยเรื่องนี้เนื่องจากตนรู้เรื่องจากคนในหมู่บ้านของฝ่ายหญิงว่า น.ส.ออยเคยมีแฟนมาแล้ว 4 คน ตนเป็นคนที่ 5 ซึ่งก่อนหน้านี้แฟนคนที่ 4 ตนทราบว่าหมดเงินไปกับการเป็นค่าสินสอดทองหมั้น ประมาณ 100,000 บาทเศษ ตนไม่ติดใจเอาความกับ น.ส.ออย แต่ตนอยากขอเตือนไปยังหนุ่มทุกคนที่จะเข้ามายุ่งเกี่ยวกับ น.ส.ออยว่า ขอให้ระมัดระวังให้ดี อย่าตกเป็นเหยื่อของ น.ส.ออย เพราะว่าจะหลอกแต่งงานแล้วเชิดเงินหนีเหมือนที่ตนกำลังเป็นอยู่อย่างนี้ ซึ่งผู้ชายคนใหม่ที่กำลังถูก น.ส.ออยหลอกว่าจะแต่งงานด้วย กำลังคบกันได้ 3 วัน แต่พอทราบเรื่องของตน ผู้ชายคนใหม่ก็รีบหลีกหนีหายไปทันที



ทางด้าน นายสมัย ภูจอมขำ อายุ 50 ปี พ่อของนายบอย กล่าวว่า ค่าสินสอด จำนวน 40,000 บาท ที่ตนเสียไปนั้น สำหรับคนมีเงินอาจจะไม่มากนัก แต่สำหรับตนแล้วซึ่งมีฐานะไม่ได้ร่ำรวย เงินจำนวนนี้มีค่ามาก ตนคาดไม่ถึงว่า น.ส.ออยจะมีพฤติกรรมเช่นนี้ และหากว่า น.ส.ออย ย้อนกลับมาหาลูกชายของตน ตนไม่ยอมรับ เพราะว่าพฤติกรรมแบบนี้ตนรับไม่ได้ อีกทั้งลูกสาวของตนที่เป็นพี่สาวของนายบอยได้ค้นหาในสื่อออนไลน์พบว่า น.ส.ออยคบหากับผู้ชายอีกหลายคน ซึ่งมีหลักฐานชัดเจน และเราได้รวบรวมหลักฐานไว้หมดแล้ว แต่จะไม่ดำเนินคดีตามกฎหมาย เพราะต้องการให้เป็นอุทาหรณ์และต้องการให้ผู้ชายคนอื่น ๆ ได้ทราบพฤติกรรมของ น.ส.ออยเท่านั้น






ขอขอบคุณ ภาพ / ข่าว : ทีมข่าวคลิ๊กนิวส์ จ.ศรีสะเกษ

No comments

Powered by Blogger.