Header Ads

ทำไมแม่ไม่รักหนู!! สุดสะเทือนใจ ลูกช้างป่าพลัดตกเขา เจ้าหน้าที่ช่วยเหลือ ก่อนส่งตัวคืนสู่โขลง แต่กลับถูกปฏิเสธ ไม่ใยดี!??



หลังจากมีลูกช้างป่าแรกเกิดตกจากภูเขาสูงชัน โดยมีเจ้าหน้าที่และชาวบ้านได้ช่วยชีวิตและนำมาเลี้ยงอนุบาลไว้ หัวหน้าชุดเฝ้าระวังติดตามช้างป่าประจำอุทยานแห่งชาติน้ำตกหงาว, นายสามารถ เลาห์ประสริฐ ปศุสัตว์อำเภอพะโต๊ะ กำลังให้นมกับน้ำเกลือและคอยดูแลอาการของลูกช้างแรกเกิดอย่างใกล้ชิด



นายฐานะ ทองสมุย หัวหน้าชุดเฝ้าระวังติดตามช้างป่าประจำอุทยานแห่งชาติน้ำตกหงาว กล่าวว่า ลูกช้างแรกเกิดเพศเมียตัวดังกล่าวมีน้ำหนักราว 200 กก. โดยช่วงประมาณเที่ยงคืนของวันที่ 24 ก.พ.ที่ผ่านมา ตนและอาสาติดตามเฝ้าระวังช้างป่า ได้ยินเสียงร้องโหยหวนของแม่ช้างป่าเป็นเวลานาน ที่บริเวณภูเขาสูงชันเขตรอยต่อระหว่างหมู่ที่ 10 กับหมู่ที่ 14 ต.ตะโก อ.ทุ่งตะโก จึงออกติดตามไปดู จนกระทั่งพบลูกช้างแรกเกิดเพศเมียพลัดตกลงมาจากภูเขาสูงชัน ขณะที่แม่ช้างและโขลงช้างป่าทิ้งหายไปแล้ว


นายฐานะ ยังกล่าวต่อว่า ตลอดทั้งคืนจนถึงรุ้งเช้าวันใหม่ ตนและทีมงานช่วยกันนำลูกช้างขึ้นมาไว้ที่ปลอดภัยบนพื้นที่ราบ และได้ทำคอกกั้นไว้เพื่อรอให้แม่ช้างที่อยู่รวมกับโขลง ซึ่งมีทั้งตัวผู้และตัวเมียรวมทั้งหมด 11 ตัว โดยช้างป่าโขลงนี้จะตระเวนหากินอยู่ในพื้นที่ 3 อำเภอใน จ.ชุมพร ได้แก่ หลังสวน ทุ่งตะโก และสวี

แต่เมื่อแม่ช้างและโขลงช้างกลับมาที่ลูกของมันได้ส่งเสียงร้องเกี้ยวกราดลักษณะปฏิเสธไม่ยอมรับให้เข้าโขลงแล้วจากไป จนกระทั่งผ่านไป 2 วัน ก็ไม่ยอมกลับมารับลูกของมันอีกเลย จึงจำเป็นต้องนำลูกช้างออกมาอนุบาลดูแลไว้ที่ข้างบ้านของกำนันดังกล่าว เนื่องจากกลัวว่าหากปล่อยทิ้งไว้ในป่าลูกช้างที่ถูกแม่ของมันปฏิเสธอาจจะถูกทำร้ายได้ พร้อมกับแจ้งไปยังนายสัตว์แพทย์และผู้เชี่ยวชาญจากกรมอุทยานแห่งชาติ สัตว์ป่า และพันธุ์พืช ลงมาช่วยเหลือและหาวิธีการว่าจะดำเนินการอย่างไรต่อไป



ด้าน นายสามารถ เลาห์ประเสริฐ ปศุสัตว์อำเภอพะโต๊ะ กล่าวว่า ตอนนี้ต้องดูแลอย่างใกล้ชิด โดยเฉพาะเรื่องอาหารให้กินได้เฉพาะนมที่ใช้เลี้ยงลูกช้างเท่านั้น และการให้น้ำเกลือเพื่อไม่ให้ลูกช้างเกิดอาการอ่อนเพลีย เพราะยังมีอาการบาดเจ็บอยู่บ้างจากการกลิ้งตกลงจากเขาที่สูงชัน นอกจากนั้นจะต้องเฝ้าระวังกันให้ชาวบ้านเข้าไปสัมผัสกับตัวลูกช้าง ยกเว้นเฉพาะพี่เลี้ยงลูกช้างเท่านั้น ส่วนขั้นตอนต่อไปก็ต้องรอให้นายสัตว์แพทย์จากกรมอุทยานฯ มาดูแล

No comments

Powered by Blogger.